10 เรื่องต้องรู้ “HAZMAT MEDIC” สำหรับผู้ปฏิบัติการฉุกเฉิน

1.เข้าใจนิยามและขอบเขตของ Hazmat Medic

Hazmat Medic คือบุคลากรฉุกเฉินการแพทย์ที่ได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติมในการจัดการเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสารอันตราย (HAZMAT) โดยต้องมีความรู้ความสามารถในระดับ Hazardous Materials Technician ตามมาตรฐาน NFPA 472 และผ่านการฝึกอบรมด้าน NFPA 473 (ALS) รวมถึงการรักษาอาการพิษจากสารเคมีต่างๆ และสามารถปฏิบัติงานร่วมกับทีม HAZMAT Response ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำหน้าที่ให้การดูแลทางการแพทย์ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี ชีวภาพ หรือกัมมันตรังสี

2.เข้าใจระดับของชุด PPE

ชุด PPE ที่ใช้มี 4 ระดับหลัก (A, B, C, D) โดยระดับ A และ B จะใช้สำหรับเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อชีวิต โดยชุดระดับ A เป็นชุดที่มีระบบปิดอย่างสมบูรณ์ (encapsulated) และมีระบบหายใจอิสระ (SCBA) ส่วนชุดระดับ B ให้การป้องกันสารเคมีสูงแต่ไม่เท่าระดับระดับ A ในการป้องกันทางผิวหนัง

3.มีความเข้าใจในการใช้เครื่องตรวจวัดสารอันตราย

ต้องมีทักษะในการใช้เครื่องตรวจวัดสารอันตราย เช่น Gas Detector, PID (Photoionization Detector) และเครื่องวัดรังสี (Radiation Monitor) เพื่อระบุสารพิษ ประเมินระดับการปนเปื้อน และประเมินอันตรายในการดำเนินงาน

4.สามารถจัดการผู้ป่วยแบบ Gross Decontamination ได้

Gross Decontamination คือการล้างทำความสะอาดเบื้องต้นที่รวดเร็วเพื่อกำจัดสารอันตรายที่เกาะติดผู้ป่วย โดยทั่วไปจะใช้น้ำปริมาณมากในการล้างสารที่ติดตามร่างกายและอุปกรณ์ของผู้ป่วย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของสารเคมี

5.การประเมินและรักษาผู้ป่วยในพื้นที่ปนเปื้อน (Hot Zone)

ผู้ปฏิบัติการต้องสามารถทำการประเมินอาการผู้ป่วยเบื้องต้น เช่น การหายใจ การไหลเวียนโลหิต และดำเนินการรักษาเบื้องต้นอย่างรวดเร็วภายใต้สภาพแวดล้อมที่จำกัดเวลาและมีอันตรายสูง (Rapid Life Saving Intervention)

6.การจัดตั้ง Medical Monitoring และ Rehab

Medical Monitoring คือการเฝ้าระวังสุขภาพของผู้ปฏิบัติการหลังจากออกจากพื้นที่ Hot Zone เพื่อดูแลอาการบาดเจ็บหรือปัญหาสุขภาพจากความร้อนหรือจากสารอันตราย เช่น วัดสัญญาณชีพ, ระดับน้ำตาลในร่างกาย, คลท่นไฟฟ้าหัวใจ และให้การพักฟื้น (Rehabilitation) อย่างเหมาะสม

7.ความรู้เรื่องอาการและการรักษาพิษจากสารเคมีและกัมมันตรังสี

Hazmat Medic ต้องมีความรู้ในการสังเกตอาการของผู้ป่วยที่ได้รับสารเคมีหรือกัมมันตรังสี เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ หายใจติดขัด และให้การรักษาเบื้องต้น เช่น การให้ Antidote หรือการรักษาประคับประคอง

8.เข้าใจหลัก (Incident Command System) ในการจัดการเหตุ Hazmat

Incident Command System (ICS) คือระบบบริหารจัดการเหตุการณ์ฉุกเฉินที่มีมาตรฐานสากล โดย Hazmat Medic ต้องเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของตนเองใน ICS เพื่อให้สามารถประสานงานกับทีมอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

9.การบันทึกข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง

Hazmat Medic ต้องสามารถบันทึกข้อมูลผู้ป่วย สถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานต่าง ๆ อย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการรายงานเหตุการณ์ และส่งต่อข้อมูลที่สำคัญให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

10.การฝึกอบรมและฝึกซ้อมเป็นประจำ

การฝึกอบรมและฝึกซ้อมสม่ำเสมอจะช่วยรักษาทักษะความชำนาญของ Hazmat Medic ในการจัดการเหตุการณ์จริง ช่วยลดข้อผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับสารอันตราย

Leave a comment

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑